รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า — โมเดล 5 ขั้นตอน
หลักใหญ่ใจความ: รับรู้รายได้เมื่อ (หรือขณะที่) กิจการโอนการควบคุมสินค้าหรือบริการให้ลูกค้า ด้วยจำนวนที่สะท้อนสิ่งตอบแทนที่กิจการคาดว่าจะมีสิทธิได้รับ
- 1ระบุสัญญาคู่สัญญาอนุมัติและมีผลผูกพันที่จะปฏิบัติตามสัญญา ระบุสิทธิและเงื่อนไขการชำระเงินได้ สัญญามีเนื้อหาเชิงพาณิชย์ และมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่จะเรียกเก็บสิ่งตอบแทนได้
- 2ระบุภาระที่ต้องปฏิบัติสินค้า/บริการที่ “แยกเป็นอิสระ” (distinct) คือ ลูกค้าได้รับประโยชน์ได้ และคำสัญญาแยกจากคำสัญญาอื่นในบริบทของสัญญา · ชุดของสินค้า/บริการที่เหมือนกันโดยสาระและโอนในรูปแบบเดียวกันอาจถือเป็นภาระเดียว
- 3กำหนดราคาของรายการพิจารณาสิ่งตอบแทนคงที่/ผันแปร (รวมผันแปรเฉพาะเท่าที่มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ในระดับสูงมากว่าจะไม่มีการกลับรายการที่มีนัยสำคัญของรายได้ที่รับรู้สะสม) องค์ประกอบการจัดหาเงินที่มีนัยสำคัญ สิ่งตอบแทนที่ไม่ใช่เงินสด และสิ่งตอบแทนที่จะจ่ายให้ลูกค้า
- 4ปันส่วนราคาโดยทั่วไปตามสัดส่วนราคาขายแบบเอกเทศ (SSP) เว้นแต่เข้าเงื่อนไขปันส่วนส่วนลดหรือสิ่งตอบแทนผันแปรให้เฉพาะบางภาระ (ย่อหน้า 81–86)
- 5รับรู้รายได้ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง หรือตลอดช่วงเวลา เมื่อ (หรือขณะที่) ปฏิบัติตามภาระ
รับรู้ “ตลอดช่วงเวลา” เมื่อเข้าข้อใดข้อหนึ่ง
- ลูกค้าได้รับและใช้ประโยชน์ไปพร้อมกันขณะที่กิจการปฏิบัติงาน (เช่น บริการรายเดือน)
- งานของกิจการสร้างหรือปรับปรุงสินทรัพย์ที่ลูกค้าควบคุมอยู่ (เช่น ก่อสร้างบนที่ดินลูกค้า)
- สินทรัพย์ไม่มีทางเลือกอื่นในการใช้ และกิจการมีสิทธิบังคับให้จ่ายชำระสำหรับงานที่ทำเสร็จถึงปัจจุบัน
ถ้าไม่เข้าเลย → รับรู้ ณ เวลาที่โอนการควบคุม (ดูสิทธิเรียกชำระ กรรมสิทธิ์ การครอบครอง ความเสี่ยงและผลตอบแทน การตอบรับของลูกค้า)
ตัวเลขในงบที่มาจาก TFRS 15
สัญญาเช่า — ผู้เช่านำสัญญาเช่าขึ้นงบแสดงฐานะการเงิน
หนี้สินตามสัญญาเช่า
= มูลค่าปัจจุบันของการจ่ายชำระตามสัญญาเช่าที่ยังไม่ได้จ่าย ณ วันที่สัญญาเช่าเริ่มมีผล (ค่าเช่าคงที่/คงที่โดยสาระ ค่าเช่าผันแปรที่ขึ้นกับดัชนีหรืออัตรา มูลค่าคงเหลือที่รับประกัน ราคาใช้สิทธิเลือกซื้อ และค่าปรับการยกเลิก ตามเงื่อนไขในย่อหน้า 27) คิดลดด้วยอัตราดอกเบี้ยตามนัยของสัญญาเช่า ถ้ากำหนดได้โดยง่าย มิฉะนั้นใช้อัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมส่วนเพิ่มของผู้เช่า (IBR)
ภายหลัง: + ดอกเบี้ย (วิธีดอกเบี้ยที่แท้จริง) − ค่าเช่าที่จ่าย ± วัดมูลค่าใหม่เมื่อเข้าเงื่อนไขย่อหน้า 39–46 (ประเมินใหม่/แก้ไขสัญญา)
สินทรัพย์สิทธิการใช้ (ROU)
= หนี้สินตามสัญญาเช่า + ค่าเช่าที่จ่าย ณ หรือก่อนวันเริ่ม − สิ่งจูงใจที่ได้รับ + ต้นทุนทางตรงเริ่มแรก + ประมาณการต้นทุนรื้อถอน/บูรณะตามภาระผูกพัน (คิดลดเป็นมูลค่าปัจจุบันตาม TAS 37)
ภายหลัง (วิธีราคาทุน): ราคาทุน − ค่าเสื่อมราคาสะสม − ค่าเผื่อการด้อยค่า ± การวัดมูลค่าใหม่ของหนี้สิน · คิดค่าเสื่อมตาม TAS 16 ตลอดช่วงที่สั้นกว่าระหว่างอายุการใช้ประโยชน์กับอายุสัญญาเช่า (ถ้าคาดว่าจะได้กรรมสิทธิ์หรือใช้สิทธิเลือกซื้อ ใช้อายุการใช้ประโยชน์)
ผลกระทบข้างต้นเป็นลักษณะทั่วไปของสัญญาเช่าที่ผู้เช่ารับรู้ ROU และหนี้สิน (โดยเฉพาะสัญญาที่เดิมเป็นสัญญาเช่าดำเนินงาน) · ผู้ให้เช่ายังคงจัดประเภทสัญญาเช่าเป็นสัญญาเช่าเงินทุนหรือสัญญาเช่าดำเนินงานเหมือนเดิม
ลองคำนวณทันที
เครื่องคำนวณสัญญาเช่า TFRS 16 (ฝั่งผู้เช่า)
สมมติฐานของเครื่องคำนวณ (ไม่ใช่ข้อกำหนดของมาตรฐาน): อัตราที่กรอกเป็นอัตราต่อปีแบบ nominal ทบรายเดือน จึงใช้อัตรารายเดือน = อัตราต่อปี ÷ 12 (ถ้าเป็นอัตราต่อปีแบบ effective ต้องแปลงเป็น (1+r)^(1/12) − 1) · ค่าเช่าคงที่ ไม่มีสิทธิเลือกซื้อ ต้นทุนทางตรงเริ่มแรกเข้านิยามของมาตรฐาน · ค่าเสื่อม ROU เส้นตรงตลอดอายุสัญญา · ถ้าจ่ายต้นงวด งวดแรกที่จ่าย ณ วันเริ่มรวมใน ROU แต่ไม่รวมในหนี้สินเพราะจ่ายแล้ว
เครื่องมือปันส่วนราคาตาม TFRS 15 (ขั้นตอนที่ 4–5)
| ภาระที่ต้องปฏิบัติ | ราคาขายแบบเอกเทศ (SSP) | ทำเสร็จแล้ว (%) | ราคาที่ปันส่วน | รายได้ถึงวันนี้ |
|---|---|---|---|---|
สมมติว่าแต่ละรายการเป็นภาระที่ต้องปฏิบัติแยกกัน และเปอร์เซ็นต์ที่กรอกเป็นวิธีวัดความคืบหน้าที่เหมาะสม (license ที่รับรู้ 100% สมมติว่าเป็นสิทธิใช้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง) · ส่วนลดของชุดปันส่วนตาม SSP เว้นแต่มีหลักฐานที่สังเกตได้และเข้าเงื่อนไขย่อหน้า 82 · ส่วนต่างรายได้กับยอดเรียกเก็บเป็นเพียงตัวช่วยกระทบยอด การจัดประเภทต้องดูสิทธิ: มีเงื่อนไขอื่น = สินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญา, เหลือเพียงรอเวลา = ลูกหนี้, ลูกค้าจ่ายหรือถึงกำหนดก่อนส่งมอบ = หนี้สินที่เกิดจากสัญญา
ดาวน์โหลด Excel Template ไปใช้งาน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยจากงานจริง
TFRS 15
- รับรู้รายได้ทั้งก้อนเมื่อขายชุดสินค้า+บริการ ทั้งที่บริการยังไม่ได้ส่งมอบ (ไม่แยกภาระที่ต้องปฏิบัติ)
- ไม่ประมาณสิ่งตอบแทนผันแปร เช่น ส่วนลดตามยอด (rebate) สิทธิคืนสินค้า ค่าปรับล่าช้า
- เป็นตัวแทน (agent) แต่รับรู้รายได้เต็มจำนวน แทนที่จะรับรู้ค่าธรรมเนียมหรือค่านายหน้าที่คาดว่าจะมีสิทธิได้รับ
- มองข้ามสิทธิที่มีสาระสำคัญ เช่น คะแนนสะสม หรือส่วนลดสำหรับการซื้อครั้งถัดไป
- รับรู้ตลอดช่วงเวลา ทั้งที่ไม่เข้าเงื่อนไขใดในย่อหน้า 35 (ถ้าอาศัยข้อ 35.3 ต้องทั้งไม่มีทางเลือกอื่นในการใช้ และมีสิทธิบังคับให้จ่ายชำระสำหรับงานที่ทำเสร็จถึงปัจจุบัน)
- ต้นทุนส่วนเพิ่มในการได้มาซึ่งสัญญา (เช่น ค่านายหน้าที่จะไม่เกิดถ้าไม่ได้สัญญา) ที่คาดว่าจะได้คืน ถูกบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันที ทั้งที่ไม่เข้าข้อผ่อนปรน 1 ปี (ย่อหน้า 94)
TFRS 16
- ไม่ประเมินสัญญาบริการที่อาจมีสัญญาเช่าแฝง เช่น รถหรือพื้นที่ที่ระบุไว้ โดยต้องทดสอบสินทรัพย์ที่ระบุได้และการควบคุมการใช้ (ย่อหน้า 9 และ B9–B30)
- กำหนดอายุสัญญาเช่าผิด เพราะไม่รวมสิทธิต่ออายุที่ค่อนข้างแน่นอนว่าจะใช้
- ใช้อัตราคิดลดเดียวกันโดยไม่ประเมินลักษณะสัญญา ระยะเวลา หลักประกัน มูลค่าสินทรัพย์ และสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ
- ใช้ข้อยกเว้นมูลค่าต่ำกับสินทรัพย์ที่ไม่ใช่มูลค่าต่ำ เช่น พื้นที่สำนักงานหรือรถยนต์
- ไม่ปฏิบัติตามย่อหน้า 39–46 เมื่อค่าเช่าเปลี่ยนตามดัชนี/อัตรา หรือมีการแก้ไขสัญญา รวมถึงไม่แยกการแก้ไขที่เข้าเงื่อนไขเป็นสัญญาเช่าแยกต่างหาก (ย่อหน้า 44)
- ลืมปรับปรุงผลต่างระหว่างบัญชีกับภาษี: ภาษีเงินได้นิติบุคคลใช้เกณฑ์สิทธิตามประมวลรัษฎากรและคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.1/2528 ซึ่งให้ถือค่าเช่าเป็นรายจ่ายตามส่วนแห่งระยะเวลาการเช่า (หรือเกณฑ์อื่นที่เหมาะสม) ไม่ใช่ค่าเช่าที่จ่ายจริงเสมอไป — ค่าเสื่อม ROU ดอกเบี้ย และค่าเช่าที่หักได้ทางภาษีต้องพิจารณาตามลักษณะสัญญา
อยากให้ทีม MMN ช่วยทบทวนสัญญาจริงของคุณ หรือจัดอบรมให้ทีมบัญชี? นัดหมายพูดคุย →
เนื้อหานี้สรุปหลักการของ TFRS 15 และ TFRS 16 เพื่อการศึกษา ณ วันที่เผยแพร่ ไม่ใช่คำแนะนำทางวิชาชีพสำหรับกรณีเฉพาะ เครื่องมือและเทมเพลตเป็นแบบจำลองอย่างง่าย โปรดอ้างอิงมาตรฐานฉบับเต็มของสภาวิชาชีพบัญชีและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้กับงบการเงินจริง